เรื่องราวในตระกูลกง
“ท่านพ่อ ข้าสำนึกผิดแล้วขอรับ” หยุนไค คุกเข่าก้มหัวอยู่ตรงที่หน้าบิดาของตนเอง ไม่คิดว่าเรื่องราวจะมาเป็นเช่นนี้ คนที่เขาร่วมมือด้วยอย่างหวังซานหยงกลับถูกจับกุมทำเอาเขานั่งไม่ติด ทั้งวันนี้บิดากลับเรียกพบเขา และบอกหยุนไคให้รับรู้ว่าบิดาล่วงรู้ทุกอย่างที่เขาทำ หยุนไคกำหมัดแน่นไม่มีทางอื่นได้แต่ขอสำนึกผิดแก่บิดาตนเองไป เพราะรู้ว่าตอนนี้เขาไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ
“ท่านพี่ลูกสำนึกผิดแล้ว ท่านอย่ากดดันเขาอีกเลย เขายังเด็กนัก” มารดาของหยุนไคนางทราบข่าวจึงรีบวิ่งมาที่นี่ เพราะเกรงว่าสามีจะทำอะไรลูกชายของนาง นางจึงช่วยเขาขอร้องอย่างไรหยุนไคก็เป็นบุตรชายของนางจะให้เขาถูกลงโทษไม่ได้
“เหอะ เด็กรึ มันโตจนมีเมียมีลูกแล้ว เจ้าว่ามันยังเด็กรึ” เด็กเช่นไร อายุรึก็เท่ากับหยุนเทียนแต่กลับมีความคิดเป็นเด็กๆ ต่างกันยิ่งนัก เสนาบดีกงกล่าวอย่างเหลืออดในการเลี้ยงลูกของนาง
“ท่าน ก็ลูกสำนึกผิดแล้ว ท่านจะเอาอะไรอีก เรื่องมันเป็นเพียงแค่สหายกันเท่านั้น อายุเท่านี้ลูกต้องมีสหายบ้าง แม้ลูกจะเลือกคบเพื่อนผิดแต่ก็คบหากันเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น” นางรู้มาว่าบุตรของนางได้สมาคมคบหาเป็นสหายกับคนตระกูลหวัง แล้วอย่างไรแม้ทั้งสองตระกูลจะเป็นศัตรูกัน แต่ชายหนุ่มในสมัยนี้ก็ต้องมีพบปะกันบ้าง หากรู้ว่าสหายไม่ดีแค่เลิกคบเท่านั้น
“เจ้าคงไม่รู้สินะ แม้หวังซานหยงตอนนี้จะถูกคุมตัวที่กรมยุติธรรม แต่ตอนนี้ตระกูลหวังจบสิ้นแล้ว ทุกคนต้องถูกประหารในข้อหากบฏ เจ้าคิดว่าเป็นแค่เรื่องคบสหายผิดรึ” หญิงนางนี้ช่างไม่รู้อะไรเลย มันร้ายแรงถึงขั้นถูกทำลายทั้งตระกูล
“ว่าไงนะ ท่านพ่อ ตระกูลหวังทั้งตระกูล จะถูกประหารรึ” มารดาของหยุนไคตอนนี้นางช็อกไปเสียแล้ว หยุนไคก็ตกตะลึง ทั้งตื่นตกใจยิ่งเรื่องราวมันกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่าง
“หึ แม้แต่ผู้ข้องเกี่ยวกับคนตระกูลหวังยังไม่รอดสักคน” ครั้งนี้ฮ่องเต้ทรงเอาจริง ไล่ตามหาผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาลงโทษ ตระกูลน้อยใหญ่หลายตระกูลจึงโดนเล่นงานไปด้วยในครานี้ ไม่น้อยเลย
“ท่านพี่ท่านต้องช่วยลูกนะเจ้าคะ” มารดาของหยุนไคตื่นกลัวยิ่ง เกิดเรื่องราวใหญ่โตเช่นนี้ แม้นางอยากจะช่วยลูกชายของคนเองคงยากนัก ได้แต่ขอร้องผู้เป็นสามีด้วยน้ำตา
“ท่านพ่อข้าสำนึกผิดแล้วจริงๆ ท่านต้องช่วยข้านะขอรับ” เขาไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นก่อกบฏเช่นนี้ เขาติดต่อกับหวังซานหยงเพียงหยากบีบพี่ชายของตนเท่านั้น หาได้คิดร้ายต่อราชวงศ์ไม่
“ช่างโง่เขลาจริงๆ พี่ชายเจ้าเตือนเจ้าหลายครั้ง แต่เพราะคำแค้นบังตาเจ้าถึงได้ตกหลุมร่วมมือกับผู้อื่นที่คิดมาทำลายตระกูลกงเช่นนี้” ตระกูลหวังได้วางแผนมาเนิ่นนาน ในแผนก่อกบฏของพวกเขาหากทำสำเร็จแล้ว จะใส่ร้ายว่าตระกูลกงเป็นผู้ก่อกบฏและตระกูลหวังจะกลายเป็นผู้กอบกู้และส่งอดีตองค์รัชทายาทขึ้นบัลลังก์ หากบุตรชายที่โง่เขลาของเขาเป็นเพียงหมากที่เขาใช้มีทำลายตระกูลกงเท่านั้น
“หมายความเช่นไรเจ้าคะ หยุนไคเป็นคนตระกูลกงจะทำลายตระกูลกงได้อย่างไร” มารดาของหยุนไคเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อบุตรชายของนางจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร
“หึ เจ้าก็ถามบุตรชายของเจ้าดู ถูกผู้อื่นหลอกใช้แล้วยังไม่รู้ตัวอีก” เสนาบดีกงข่มอารมณ์โกรธไว้ บุตรของเขาเหตุใดถึงไม่ได้เขามาเลยสักนิดนะ
“ใช่ข้าทำผิดทุกอย่าง ข้าจะดีได้ดังใจเหมือนหยุนเทียนได้อย่างไรเล่า มันทำทุกอย่างให้ท่านพอใจ แต่ข้าบุตรอกตัญญูผู้นี้ไม่มีดีในสายตาท่านสักอย่าง” แม้รู้ว่าตนเองผิด แต่ความน้อยใจก็มีมากเช่นกัน หากท่านพ่อรักตนบ้างเขาจะขวนขวายหาอำนาจเช่นนี้รึ
“ที่ผ่านมาเจ้ายังคิดไม่ได้รึว่าเพราะเหตุใจ เดิมทีตำแหน่งผู้นำตระกูลก็เป็นของเจ้า ข้ารักมารดาเจ้ายิ่งกว่าอะไร เจ้าลองคิดดูว่าข้าให้อะไรเจ้าน้อยหน้ากว่าหยุนเทียนหรือไม่ เเทบจะมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ดวงตาที่มืดบอดของเจ้าสองแม่ลูกกลับมองไม่เห็น ไม่ว่าข้าจะให้อะไร ชดเชยอย่างไรพวกเจ้าล้วนมองไม่เห็นและคิดว่าข้าไม่เคยช่วยเหลืออะไรเจ้าเลย แต่ในความเป็นจริงพวกเจ้าเลือกจะไม่รับมันเอง และเลือกหนทางที่ลำบาก และในจิตใจพวกเจ้ายังคงต่อว่าข้าไม่ยุติธรรมเช่นเดิม ด้วยความริษยาเช่นนี้จะให้ข้าวางใจฝากคนในตระกูลกว่าห้าร้อยชีวิตไว้กับเจ้าได้รึ” เมื่อในจิตใจของคนมีความเกลียดชังแล้ว แม้จะทำอันใดไปพวกเขาล้วนมองไม่เห็นอยู่ดี เดิมเขานับว่าทำผิดกับหยุนเทียนมากกว่า มารดาของหยุนเทียนเขาไม่เคยรักนางแม้แต่น้อย แต่นางยอมอยู่อย่างเจียมตัวไม่แก่งแย้งกับผู้ใดของเพียงบุตรของนางอยู่รอดปลอดภัย แม้เป็นเช่นนั้นความรักของเขายังรู้สึกเอนเอียงมาทางมารดาของหยุนไคมากกว่า เพราะนางคือคู่ชีวิตของเขามาตั้งแต่ต้น แล้วเขาจะไม่รักหยุนไคที่เป็นบุตรของนางได้รึ
“ท่านโกหก ท่านโกหก ข้าไม่เชื่อท่านเลยสักนิด” บิดาของเขาต้องโกหกเขาแน่ๆ จะยกตำแหน่งให้เขารึ ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นบิดาผู้นี้แสดงออกเลยสักครั้ง มารดาของเขามีเพียงแต่ความทุกข์ตรมเขาจะเชื่อได้อย่างไร
“ที่ผ่านมาเพราะการสั่งสอนของแม่เจ้ามันฝังลึกในจิตใจแล้วหรือไม่ เจ้าจึงมองไม่เห็น ข้าพยายามสั่งสอนเจ้าให้เป็นผู้นำที่ดีเจ้ากลับวิ่งหนีห่าง เจ้ามองไม่ออกรึว่าหยุนเทียนขาดคุณสมบัติที่จะขึ้นเป็นผู้นำตระกูลแต่แรกแล้ว” แม้จะผ่านมาหลายปีแล้วในจิตใจของมารดาของหยุนไค นางยังมีความเจ็บปวดไม่จาง ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามชดใช้เท่าไหร่นางก็ยังมีความเคียดแค้นและเฝ้าสั่งสอนบุตรจนโตมาเช่นนี้
“หมายความเช่นไร ข้าไม่เข้าใจ” หยุนไคไม่เข้าใจเหตุใด หยุนเทียนจึงไม่สามารถเป็นผู้นำตระกูลได้ตั้งแต่แรก
“เจ้ามองพี่ชายเจ้าไม่ออกแม้แต่น้อยรึ ในขณะที่เจ้าแต่งงาน มีเมีย มีลูกไปห้าคน จนป่านนี้เขายังไม่มีผู้ใดด้วยซ้ำ” มันทั้งสองต่างถูกเลี้ยงมาในจวนเดียวกัน หยุนไคยังไม่รู้จักสังเกตบางอย่างออกบ้างเลยรึ
“มันแค่วางท่าสูงส่งเท่านั้น” จะให้เขามองอะไรออก มันก็เพียงคนที่คิดว่าตนเองสูงส่งเท่านั้น ไม่ว่าจะมีแม่สื่อมาทาบทามมันสักกี่หนล้วนไม่เอาผู้ใดครองตนบริสุทธิ์ผุดผ่องเยี่ยงโพธิสัตว์ ในขณะที่เขามีครอบครัวก่อนมันไปหลายปีแล้ว
“เรื่องนี้ ข้าเห็นว่าเจ้าและมารดาเป็นคนในตระกูลกง ข้าจะบอกเจ้าเองว่า เมื่อห้าปีก่อนพี่ชายของเจ้ามาคุกเขาต่อหน้าข้า ในตอนนั้นข้ามองออกแล้วว่าเจ้าจะนำพาตระกูลไปไม่รอดแน่ ความหวังสุดท้ายจึงตกที่พี่ชายของเจ้า เพราะตอนนั้นเขาสอบได้ขุนนางกรมแพทย์แล้ว หยุนเทียนมองออกว่าข้าจะให้เขาสืบทอดต่อ เพราะข้าจงใจรั้งเขาไว้ให้อยู่ในจวนทั้งๆ ที่ฮ่องเต้ก็ทรงพระราชทานจวนใหม่ให้เขา เขาบอกข้าว่าไม่ขอสืบทอดต่อจากข้าแน่นอน เพราะเขาไม่นิยมชมชอบสตรีอย่างไรเล่า” เรื่องนี้เขาก็พอมองหยุนเทียนออกมาตั้งแต่เด็กแล้ว ว่าไม่นิยมชมชอบสตรีเท่าใดนัก แม้เขาจะอยากให้บุตรชายคนโตเดินในเส้นทางปกติสักเท่าใดมันก็เป็นไปได้ยากนัก หยุนเทียนมีความคิดเป็นของตนเองตั้งแต่เด็ก ห้าปีก่อนเขาถึงขั้นสารภาพให้บิดาเช่นเขารับรู้ ย่อมฉุดดึงเขากลับมาไม่ได้แล้ว แม้จะเป็นเช่นนั้นหยุนเทียนก็มิเคยข้องเกี่ยวกับบุรุษผู้ใดให้เป็นข่าวเสื่อมเสียจนกระทั่งติงหยูเข้ามาในจวนไม่นานเขาถึงขั้นพาติงหยูมาขอพบบิดาเช่นเขา แม้จะไม่ได้เอ่ยออกมาตามตรงเขาก็มองออกว่าบุตรชายของตนชมชอบบุรุษตรงหน้า ดันนั้นถึงจะรู้อยู่แล้วว่าติงหยูเป็นลูกหลานตระกูลติงที่เคยเป็นสหายเก่ามาแต่ครั้งบรรพบุรุษ แต่ก็ไม่ใช่สาเหตุที่เขารับติงหยูเป็นบุตรบุญธรรม สาเหตุที่แท้จริงคือเด็กคนนั้นเป็นคนที่บุตรชายของเขานิยมชมชอบต่างหาก
“ว่ากะไรนะ ทำไมเรื่องนี้ท่านไม่เคยบอกข้ากับท่านแม่ ท่านปล่อยให้ข้าโกรธแค้นมันไปเพื่ออะไรเล่า” เขาตกใจยิ่งพี่ชายผู้หยิ่งผยองของเขาน่ะรึนิยมบุรุษ จะเป็นไปได้อย่างไร แม้ในสายตระกูลในครั้งอดีตจะมีเขียนเรื่องราวเช่นนี้ไว้อยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะเกิดกับหยุนเทียน กฎของตระกูลได้เขียนไว้ตั้งแต่แรก แม้จะไม่หักหาญกันจนตัดออกจากตระกูลแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ควบคุมตระกูลสายหลัก หากเขารู้เช่นนี้เขายังจะรู้สึกอิจฉาและเคียดแค้นหยุนเทียนอยู่รึ เขาจะหลงเดินทางผิดอยู่รึ
“บอกพวกเจ้ารึ บอกไปตอนนั้นเจ้าจะเชื่อรึ เจ้าคงคิดว่าข้าหาข้ออ้างเพื่อรั้งให้เขาอยู่ในจวน สุดท้ายก็มอบตำแหน่งให้เขาเช่นเดิม” แม้จะบอกไปตั้งแต่ครั้งนั้น สองแม่ลูกก็คงไม่ยินยอมเชื่อง่ายๆ แน่ หากตอนนั้นตระกูลยังอยู่ในช่วงไม่มั่นคงเท่าใดนักเขาคงไม่รั้งบุตรชายคนโตไว้ในตระกูลนานหลายปีเช่นนี้แน่ คนที่คิดเล็กคิดน้อยอย่างมารดาของหยุนไครึจะเชื่ออะไรแบบนี้ง่ายๆ
“ฮ่าๆ สุดท้ายตอนนี้ข้าก็ทำพลาดแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว ผู้สืบสกุลท่านคงต้องเป็นน้องสาม หรือน้องสี่แล้วล่ะ” ในเมื่อกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว หยุนไคได้แต่เสียใจ อย่างไรตอนนี้เขาก็ได้ชื่อว่าร่วมมือกับคนตระกูลหวังแล้วคงจะรอดยากนัก เพียงแค่เขาให้การว่ากระทำเองเพียงผู้เดียวด้วยมีความแค้นต่อบิดาและพี่ชาย ทุกคนในตระกูลกงยกเว้นตนเองก็จะรอดชีวิตแล้ว
“พูดจาเหลวไหลนัก เพื่อให้เจ้าสำนึกผิด ยังโชคดีที่เจ้าเพียงร่วมมือกับหวังซานหยงทำเรื่องเด็กเล่นเท่านั้น ไม่ได้รู้แผนการที่แท้จริงของคนตระกูลหวัง ข้ากับพี่ชายเจ้าจึงรักษาชีวิตเจ้าไว้ได้ ข้าจะส่งเจ้าไปดินแดนเหนือไปเป็นเจ้าเมืองลู่จิน ข้าให้เวลาห้าปีหากเจ้าทำตัวให้ดีขึ้นไม่ได้ ข้าจะไม่สนใจเจ้าอีก พวกเจ้าวางความแค้นลงได้แล้ว อย่างไรหยุนเทียนกลับมาเมืองหลวงในครั้งนี้เขาต้องแยกตัวออกไปอยู่แล้ว ข้ารั้งเขาไว้ไม่ได้แล้ว” เขากับบุตรชายคนโตต้องวิ่งวุ่นในขณะหยุนไคพบปะกับหวังซานหยงทุกครั้ง คนที่ช่วยปกปิดให้ก็เป็นบิดากับพี่ชายของเขา ที่ต้องตามเก็บกวาดทุกอย่างจึงไม่ได้มีผู้ใดล่วงรู้เรื่องนี้จึงไม่ได้ถึงพระกรรณของฮ่องเต้แม้แต่น้อย แต่เพื่อเป็นการลงโทษบุตรชายของตนเองเสียบ้าง เขาจึงจะส่งมันไปที่อื่น หากสร้างผลงานไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมา เขาไม่รู้ว่าเป็นกรรมอันใดถึงแม้จะรู้ว่ามีเรื่องราวเช่นนี้เคยเกิดขึ้นอยู่บ้างแต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นรุ่นลูกของเขา นอกจาหหยุนเทียนที่ไม่รักชอบสตรีแล้ว เจ้าสามเจ้าสี่นั้นยิ่งกว่าถึงขั้นแต่งตัวเป็นสตรีแล้วตอนนี้ ดังนั้นหยุนไคคือความหวังเดียวของเขาแล้ว
“ทำไม แล้วจะทำเช่นไรเล่าเจ้าคะ ตระกูลกงของเราจะล่มไม่ได้นะเจ้าคะ หากไม่มีเขา” มารดาของหยุนเทียนตื่นตกใจยิ่ง พอนางคิดตก ตาสว่างขึ้นบ้างแล้ว พอคิดได้ว่า อำนาจของหยุนเทียนตอนนี้กำลังช่วยค้ำจุนตระกูลกงอยู่ หากขาดบุตรของฮูหยินรองที่นางเกลียดชังมาตลอดชีวิตผู้นี้ไป จะมิทำให้ตระกูลกงตกต่ำลงรึ
“ข้าถึงบอกให้ หยุนไค ตั้งใจทำผลงานอย่างไรเล่า เรื่องความคิดเด็กๆ ของเจ้าข้ากับพี่ชายเจ้าช่วยกันสายตัวเเทบขาด เจ้าต้องกลับมาให้ได้และต้องดีขึ้น ตระกูลกงต่อไปต้องฝากความหวังไว้ที่เจ้าแล้ว” เสนาบดีกงพูดก่อนหลับตาลง
“ขอบคุณท่านพ่อที่ให้โอกาสข้า” หยุนไคกล่าวขอบคุณบิดาพร้อมโขกหัวลง กลายเป็นว่าทุกอย่างที่เขาอยากได้ กลับได้มาโดยง่ายๆ เช่นนี้ แต่เหตุใจจึงรู้สึกมีภาระหนักอึ้งนัก
“ไปได้แล้ว อีกไม่กี่วันเจ้าต้องเริ่มเดินทางแล้ว” เมื่อจัดการเรื่องของบุตรชายทั้งหลายเสนาบดีกง รู้สึกว่าตนเองแก่ขึ้นไปอีกหลายปี บุตรชายคนโตจะย้ายไปอยู่จวนตนเอง คนที่สามคนที่สี่ต่างทยอยออกไปใช้ชีวิตของตน สุดท้ายเขาก็เหลือเพียงหยุนไค หากต่อไปเขายังคิดไม่ได้ นับว่าตระกูลกงสิ้นวาสนาแล้ว
“ว่าอย่างไร ติงหยู หือ น้องชายของข้าในที่สุดเขาก็คิดได้แล้วรึ” อีกทางด้านหนึ่งหยุนเทียนที่กำลังเดินทางออกจากแคว้นเสวียนหยาง รับการติดต่อผ่านหินแสงจันทร์จากติงหยู ในที่สุดเจ้าเด็กนั่นก็คิดได้เสียที เล่นเอาเขาเหนื่อยยากไม่น้อย
“ใช่เห็นพ่อบุญธรรมบอกว่าเช่นนั้นนะ หยุนเทียนท่านรีบๆ กลับมานะข้ามีอะไรจะให้ท่านดู” ติงหยูกล่าวตอนนี้เขามีความสุขยิ่งนัก จึงอยากให้หยุนเทียนเห็นเช่นเขาบ้าง
“หือ อะไรรึ” หยุนเทียนได้แต่สงสัยเหตุใดติงหยูถึงมีน้ำเสียงมีความสุขเช่นนั้น
“ลูกข้า เขาน่ารักมากเลย”
“ห๊าว่าไงนะ เจ้ามีลูกแล้วรึ เจ้าไปแต่งงานตั้งแต่เมื่อไรถึงมีลูก เดี๋ยวเจ้าตัดสัญญาณทิ้งเช่นนี้ได้รึติงหยู” ติงหยูกล่าวออกมาแต่ผู้ที่ตกใจกลับเป็นหยุนเทียน ติงหยูไปแอบมีบุตรตั้งแต่เมื่อใด เขาร้อนใจอย่างยิ่ง ตอนนี้ถึงขั้นอยากเร่งเดินทางกลับโดยเร็วที่สุด
สารบัญ / นำทาง
- 👁️ ยอดวิว 138
แสดงความคิดเห็น